|
ปาล์มนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง
นอกจากจะนำมาทำเครื่องบริโภคแล้ว ยังสามารถดัดแปลงให้เป็นส่วนผสมสำหรับ
ทำเป็นเครื่องอุปโภคได้หลายชนิด ซึ่งส่วนต่างๆจากปาล์มสามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ทุกส่วน
นับว่าเป็นพืชที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง
ความพิเศษของปาล์มเมื่อนำมาผลิตเป็นน้ำมันประกอบอาหาร
คือน้ำมันที่ได้นั้นจะไม่มีกลิ่น หรือรสที่ทำให้อาหารเสียรสชาติ จึงนิยมนำมาใช้ประกอบอาหารปรุงสำเร็จทันที
เช่น ปาท่องโก๋ ทอดมัน ถั่วทอด ข้าวเกรียบทอด ซึ่งนอกจากนี้ ส่วนอื่นๆของปาล์มก็สามารถทำประโยชน์ได้มากมาย
เช่น กากของเมล็ดในปาล์มเป็นส่วนที่มีโปรตีนสูงเหมาะสำหรับการใช้เป็นอาหารสัตว์
ทะลายปาล์มเปล่าของปาล์มนั้นนำกลับไปใช้เป็นปุ๋ยในสวนปาล์ม หรือเป็นวัสดุการเพาะเห็ดฟางได้
ส่วนน้ำเสียเมื่อผ่านกระบวนการบำบัดน้ำเสียแล้วจะยังคงมีธาตุอาหารที่เพียงพอสำหรับนำไปใช้เป็นปุ๋ยในสวนปาล์ม
และให้ความชื้นแก่ต้นปาล์มได้ นอกจากนั้นกะลาเปล่าและไขปาล์มก็ยังสามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงให้พลังงานแก่โรงงานได้อีกด้วย
อุตสาหกรรมที่มีน้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
คือ
- อุตสาหกรรมอาหารและน้ำมันสำหรับบริโภค ได้แก่ อุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันปาล์ม,
อุตสาหกรรมผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, อุตสาหกรรมผลิตนมข้นหวาน,อุตสาหกรรมการผลิตครีมเทียม
อุตสาหกรรมการผลิตเนยขาว และอุตสาหกรรมการผลิตขนม (Biscuit) ขนมอบกรอบFashion
Foods or Snacks) และเบเกอรี่
- อุตสาหกรรมอื่นๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตสบู่, อุตสาหกรรมออริโอเคมิคอล
ซึ่งอุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมการผลิตสารลดแรงตึงผิว ทั้งที่เป็นอาหาร
และไม่ใช่อาหาร เช่น สีทาบ้าน และผลิตภัณฑ์จากยาง นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมผลิตสารทดแทนไขมันจากน้ำมันปาล์ม
อุตสาหกรรมผลิตเมธิลเอสเทอร์ และ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เป็นต้น
น้ำมันปาล์มนั้นนอกจากจะมีคุณสมบัติดีเด่นด้านอุตสาหกรรมแล้ว
ยังมีเป็นน้ำมันที่มีคุณค่าทางโภชนาการดีเด่นอีกด้วย จากการวิจัยคุณสมบัติของน้ำมันปาล์มพบว่า
น้ำมันปาล์มเป็นแหล่งรวมวิตามินอี ในปริมาณสูงสุด เมื่อเทียบกับน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ
วิตามิน อีที่เรารู้จักประกอบไปด้วยโทโคฟีรอล(Tocopherol), โทโคไทรนอล
(Tocotrienol) และอยู่ในรูปของ แอลฟา เบต้า แกมมา และเดลตา ซึ่งโทโคฟิรอลนั้นเป็นสารต้านทานการออกซิไดซ์ตามธรรมชาติ
คือ จะทำให้น้ำมันไม่เป็นหืนง่าย ช่วยชะลอความแก่ ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ
รักษาแผลไฟไหม้ ผ่าตัด แผลงูสวัด และทำหน้าที่เป็นตัวกำจัดพิษในร่างกาย
ความผิดปรกติเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ และการแท้งลูก อีกทั้งยังปรากฎว่าน้ำมันปาล์มดิบมีสารเบต้าแคโรทีน
เป็นสารที่ช่วยลดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ป้องกันโรคมะเร็งที่เนื้อเยื่ออิฟิที่เลียล
ผนังเยื่อจมูก เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ช่วยยืดอายุความเป็นหนุ่มสาว ป้องกันการแก่เร็ว
ช่วยการเจริญเติบโตของกระดูกอ่อน กระดูกและฟัน แต่สารเบต้าแคโรทีนนี้จะถูกกำจัดไปเมื่อน้ำมันผ่านการผลิตขั้นตอนการกลั่นใส
จึงทำให้ประชากรของอาฟริกาตะวันตก อเมริกาใต้ และบางประเทศออกมาเรียกร้องให้มีการกลั่นน้ำมันปาล์มด้วยความร้อนต่ำเพื่อป้องกันการสูญเสียสารเบต้าแคโรทีน
อันมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างยิ่ง
นอกจากนี้น้ำมันปาล์มที่ได้จากเนื้อปาล์ม
ยังประกอบไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัว และไม่อิ่มตัวในปริมาณที่เท่ากัน มีกรดไขมันเป็นกรดเดี่ยว
(Monounsaturated)คือ กรด oleic 43%และกรดไขมันไม่อิ่มตัวหมู่ (poly-unsaturated)คือ
linoleic11 % เป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้
ซึ่งผลจากการวิจัยรายงานว่า monounsaturated fatty acid คือกรด oleic
นั้นสามารถลดโคเลสเตอรอลในเลือดได้ด้วย
|